วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

-- ยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า herceptin (trastuzumab) – (*11)

.
เดิมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีผลตรวจ HER 2 positive จะมีการ
พยากรณ์โรคที่ไม่ค่อยดีนัก บางคนเรียกว่าเป็นมะเร็งพันธ์ดุ 
แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนายาใหม่ๆออกมา หมอเชื่อว่าผู้ป่วย
ที่มีผลตรวจ HER 2 positive น่าจะเคยได้ยินคำแนะนำจากแพทย์
เรื่องยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า(targeted therapy)ตัวหนึ่ง 
ชื่อ trastuzumab หรือ Herceptin, โดย Trastuzumab 
เป็นยาที่มีผลในการยับยั้งการทำงานของโปรตีน HER-2 
ซึ่งโปรตีน HER-2 เป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม 
ดังนั้นผู้ป่วยที่ตรวจแล้ว HER 2 negative ก็ไม่ต้องให้ยานี้ 
ยาตัวนี้มีราคาที่สูง คิดปริมาณยาที่ให้ตามน้ำหนักตัว 
ให้ทั้งหมด 18 ครั้ง ห่างกันทุก 3 สัปดาห์ ทั้งคอร์สถ้าต้องจ่ายเอง 
สำหรับคนน้ำหนักตัวประมาณ 50 kg+ น่าจะราคารวมเกือบๆล้าน 
ผู้ที่มี HER 2 positive คิดเป็น 20-30% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด
ประเทศไทยได้มีการกำหนดเกณฑ์ผู้ป่วยที่สามารถเบิกยานี้ตามสิทธิ์ได้ไว้นะคะ แต่เกณฑ์จะมีเปลี่ยนแปลงบ้างนะคะ คร่าวๆก็คือจะดูสภาพร่างกายผู้ป่วย ระยะโรค ขนาดก้อน การลามไปต่อมน้ำเหลือง แพทย์เจ้าของไข้จะบอกได้ชัดเจนที่สุดนะคะว่าของเราเข้าเกณฑ์หรือไม่ นอกจากนั้นดูว่าเราเข้าเกณฑ์หรือไม่ ก็ต้องดูว่า สถานพยาบาลของเราเข้าเกณฑ์ที่จะสามารถให้ยานี้ได้หรือไม่ ดังนี้
1.มีความพร้อมในการเตรียมยาและให้ยาเคมีบำบัดจนครบสูตร,
2.สามารถส่งชิ้นเนื้อไปยังห้องปฏิบัติการทางพยาธิวิทยาที่
สามารถย้อม immunohistochemistry ในขั้นตอนแรก
และมีผลการตรวจชิ้นเนื้อจาก paraffin block ด้วยวิธี
in situ hybridization เช่น FISH หรือ DISH เพื่อสนับสนุน
ผล HER2/neu เป็นบวกจริงได้
3.สามารถตรวจหรือส่งตรวจการทำงานของหัวใจ
โดย MUGA หรือ echocardiogram อย่างน้อย 2-D ขึ้นไป,
4.มีแพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา
หรือสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา หรืออนุสาขาศัลยศาสตร์
มะเร็งวิทยาและมีแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นที่พร้อมจะร่วมดูแล
รักษาปัญหาแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา
เหตุที่จำเป็นต้องให้ในรพ.ที่ตรวจการทำงานของหัวใจได้นั้น
เพราะยา trastuzumab มีผลต่อการบีบตัวของหัวใจ
หากผู้ป่วยรายใดตรวจติดตามแล้วมีอาการหัวใจวาย
น้ำท่วมปอด(congestive heart failure)
หรือหัวใจบีบตัวลดลง (LVEF น้อยกว่า 50%) ให้หยุดยา
และจะกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อ LVEF ตั้งแต่ 50% ภายใน 8 สัปดาห์
อาการโดยทั่วไปอื่นๆนั้น ยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้าจะมีผลข้างเคียง
ของยาน้อยกว่ายาเคมีบำบัดมากเลยค่ะ ไม่ต้องกังวล
กับคำถามที่ว่า จะรับยานี้ดีมั้ย คุ้มมั้ย...ในกรณีที่ต้องจ่ายเงินเอง
หมอเองก็เคยผ่านการขบคิดคำถามนี้เช่นกัน น้ำหนักเกือบ 60 kg
อย่างหมอ กว่าจะจบคอร์สน่าจะใช้เงินเป็นล้าน
แรกด้วยความคิดแบบคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้
ไม่ได้อ่านงานวิจัย ก็คิดว่าจะไม่รับนะคะ
เพราะคิดว่าใช้เงินเยอะเกินไป น่าจะลำบากคนในบ้าน
หมอคิดเองว่าการให้ยาลดโอกาสกลับมาเป็นมะเร็งก็จริง
แต่ก็น่าจะรับประกันไม่ได้ขนาดนั้น
และแม้จะไม่ได้ให้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะกำเริบเสมอไป
ต่อมาหมอได้ปรึกษาเพื่อนๆหมอในคณะที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
เพื่อนบอกว่าควรให้(จริงๆแทบจะบอกว่า ยังไงก็ต้องให้)
เนื่องจากหมอยังอายุน้อย ผล HER2 3+, ก้อนขนาดใหญ่
เค้าว่าให้แล้วได้ประโยชน์แน่นอน ลดโอกาสกำเริบได้
เงินแพงหน่อยแต่ก็คุ้มค่า คนที่บ้านก็อยากให้รักษาให้เต็มที่
เรื่องเงิน ไม่ตายเรายังมีทางหาได้
สุดท้ายหมอจึงตัดสินใจให้นะคะ แต่เรื่องนี้บอกยากค่ะ
ต้องพิจารณาข้อดี ข้อเสียและความคุ้มค่าเป็นรายๆไป
หมอเจ้าของไข้จะเป็นคนให้คำแนะนำเราได้ดีที่สุด
แต่สุดท้ายจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ป่วยและครอบครัวนะคะ
หมอเข้าใจอยู่ค่ะว่าคนแต่ละคนก็มีเหตุผลของตนเอง
ลองชั่งน้ำหนักแล้วตัดสินใจดูนะคะ ไม่มีอะไร 100% อยู่แล้ว
แค่ตัดสินใจดีที่สุดจากการพิจารณารอบด้านจากบริบทชีวิต
ของเรา ณ เวลา เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากอยากทราบข้อมูล
เพิ่มเติมแนะนำให้ถามแพทย์เจ้าของไข้ดีที่สุดนะคะ

3 ความคิดเห็น:

  1. อยากถามคุณหมอว่ารับยาherceptinแล้วมีผลข้างเคียงอย้างไรบ้างคะ ถึงแม้อาการจะไม่เหมือนกันทุกคน กำลังจะรับยาตัวนี้เหมือนกันค่ะ

    ตอบลบ
  2. เท่าที่ภรรยาได้รับยาherceptinมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อเวลายืนนานๆและคันตามตัวและฝ่าเท้า ส่วนอาการทางหัวใจหลังให้ยามา3เดือนยังปกติครับ

    ตอบลบ
  3. ยาHerceptinสามารถใช้ในคนไข้CA Stomachที่มีผลย้อม HER-2 Positive2+ ได้ผลป้องกันการเกิดRelapseของโรคได้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ?

    ตอบลบ