https://www.facebook.com/doctorwithcancer/posts/1243213745709076:0
.
-กระบวนการในการเลือกโรงพยาบาลของหมอได้เกริ่นไปบ้างแล้วในตอนก่อนนะคะ สุดท้ายหมอได้เลือกรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติค่ะ ถ้าถามสาเหตุในการเลือกก็ต้องย้อนเรื่องไปนิดนึงค่ะ (เล่ายาวหน่อยนะคะ #ถ้าอยากข้าม สามารถข้ามไป #อ่านต่อย่อหน้าข้างล่างได้เลยค่า) คือในช่วงที่หมอกำลังสับสนว่าจะตรวจรักษาในกรุงเทพตามเพื่อนสนิทและแฟนอยากให้ไปหรือรักษาที่รพ.เราเพื่อที่จะไม่ต้องลำบากคนอื่นและตนเองในการลางานและเดินทางนั้น คำพูดของผู้อำนวยการโรงพยาบาลเหมือนแสงสว่างที่ทำให้หมอรู้สึกดีขึ้น อีกทั้งเป็นการชี้ช่องทางเลือกที่หมอไม่ทันได้นึกถึงมาก่อน “ดาวตรวจรักษาให้เต็มที่เลยนะ ไม่ต้องห่วงโรงพยาบาล ทางนี้ดูแลกันได้ น้องสาวพี่ก็มีก้อน รักษาที่ธรรมศาสตร์ ตอนนี้หายดีแล้ว” เมื่อได้เห็นรอยยิ้มและคำพูดของพี่ผอ. ในใจของหมอเลยรู้สึกสบายขึ้น การมีคนแสดงความเข้าใจเรามันช่วยได้มากนะคะโดยเฉพาะเวลาที่เราสับสนและรู้สึกแย่กับตนเอง อีกประเด็นที่สำคัญมาก คือ ทำไม หมอลืมคิดถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นทั้งโรงเรียนแพทย์ที่มีความพร้อมและอยู่ใกล้บ้านไปได้อย่างไร
.
-เย็นวันนั้น(14 ธค 58)หมอจึงติดต่อไปถามพี่ที่นับถือคนนึงที่เป็นอาจารย์อยู่ที่ธรรมศาสตร์ว่า ศัลยกรรมของที่นั่นเป็นอย่างไรบ้างในกรณีที่เป็นก้อนเต้านม พี่เค้ากลับมาพร้อมคำตอบอย่างรวดเร็วจากรุ่นน้องที่กำลังเรียนต่อแพทย์ประจำบ้านแผนกศัลยกรรมว่า อาจารย์ศัลยแพทย์เกี่ยวกับเต้านม อาจารย์รังสีและอายุรกรรมสาขามะเร็งที่นี่ดีมาก มีการทำงานประสานร่วมกันเป็นทีม หมอจึงตัดสินใจเลือกที่ธรรมศาสตร์ พี่หมอซึ่งเป็นอาจารย์สาขาเวชศาสตร์ครอบครัวจะช่วยในเรื่องการส่งปรึกษาแผนกศัลยกรรมโดยระบุชื่ออาจารย์ตามที่รุ่นน้องแนะนำโดยหวังว่าจะได้ biopsy ใน visit เดียวกันไปเลย หมอบอกเรื่องราวแก่น้องสาวของหมอและให้น้องช่วยไปทำบัตรผู้ป่วยและไปพบพี่หมอเพื่อนัดอาจารย์ศัลยแพทย์ให้แต่ปรากฏว่าอาจารย์ที่เราตั้งใจนัดไม่อยู่ในวันจันทร์ที่เร็วที่สุดที่เราเตรียมลาไปตรวจ พี่เค้าจึงนัดเป็นอาจารย์อีกท่านในเวลาคลินิคพิเศษ ตอนนั้นหมอเสียดายนิดๆที่อาจารย์ที่ biopsy ได้เลยไม่อยู่ ทำให้หมอน่าจะต้องเดินทางไปหลายรอบ พี่หมอก็ปลอบใจหมอว่า อย่างน้อยนัดในระบบแล้วจะเลื่อนนัดคงไม่ยาก เมื่อหมอไปแจ้งกับพี่หัวหน้าของหมอ พี่เค้าจึงแนะนำให้ผ่าที่รพ.ของเรา
.
-แม้ว่าสุดท้าย พี่หมอผ่าตัดจะฟันธงลงมาว่าให้หมอเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลที่พร้อม(อย่างที่เล่าในตอนที่แล้ว)แต่หมอก็ยังคงหนักใจและวุ่นวายใจ(แม้จะน้อยลง) หมอยังรู้สึกตำหนิตนเองอยู่กับการที่ต้องไปรักษาที่กรุงเทพเพราะอาจทำให้คนอื่นลำบาก หมอเองไม่อยากถูกมองเป็นคนเรื่องมาก เป็นคนที่ทำให้คนอื่นลำบาก หลังจากกลับบ้านหมอจึงกด search google “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศัลยกรรม” ไปดูเวปของรพ.ก็ได้พบสิ่งที่ทำให้หมอประหลาดใจ นั่นคือรูปอาจารย์ที่หมอตั้งใจไปพบนั้นเป็นคนเดียวกับรุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกันสมัยหมอเป็นนักศึกษาแพทย์ มหัศจรรย์มาก หมอดีใจมากๆตอนนั้น หมอรีบติดต่อหลังไมค์ไปขอความช่วยเหลือจากพี่เค้าทาง facebook ซึ่งพี่น่ารักมาก ช่วยเหลือหมอมากๆเลยค่ะทั้งนัด biopsy คิวด่วนให้เลย และหลัง biopsy พี่ก็ติดต่อให้เพื่อนอ่านชิ้นเนื้อให้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณพี่มากๆๆๆในที่นี้อีกครั้งนะคะ
.
(#ข้ามมาอ่านต่อได้ที่นี่นะคะ)
-ทุกคนอาจเห็นว่าหมอเลือกตรวจที่โรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ แปลว่าเมื่อพวกเราเจ็บป่วยควรเข้าโรงเรียนแพทย์ใช่หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจอบ่อย คือคนไข้มาพบหมอเพื่อขอส่งตัวไปอีกโรงพยาบาลที่อยู่คนละจังหวัด บางครั้งก็คนละภาค ซึ่งส่วนมากแล้วศักยภาพของโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลจังหวัดก็เพียงพอสำหรับการตรวจรักษาอาการหรือโรคของคนไข้(และหลายๆโรคที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนใกล้บ้านสามารถดูแลได้อย่างดีเช่นกัน)
.
-ตัวหมอเอง เวลามีคนเจ็บป่วยมาปรึกษาหมอว่าจะรักษาที่ไหนดี ก่อนหมอจะตอบ หมอจะดูก่อนว่า 1.จากอาการและโรคของเค้า เค้าควรตรวจรักษาที่รพ.ระดับไหน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์หรือโรงเรียนแพทย์ (ดูว่าอาการผิดปกติของเค้ามีโอกาสจะเป็นโรคอะไรบ้าง ควรต้องได้รับการตรวจหรือรักษาอะไรเพิ่มเติม โรงพยาบาลแบบใดที่มีศักยภาพในการทำได้) 2.เค้าอยากตรวจที่ไหน เพราะอะไร (ถามความคิด ความรู้สึก ความกังวลพิเศษและความคาดหวังของเค้า) 3.เค้าตรวจที่ไหนจะเหมาะสมกับเค้าที่สุด(ดูเรื่องสิทธิการรักษา ที่อยู่ ความสะดวกในการเดินทาง)แล้วให้ข้อมูลแก่คนไข้เพื่อให้เค้ารับทราบ เข้าใจทั้งเรื่องการตรวจรักษาและเรื่องขั้นตอนการส่งตรวจตามความเหมาะสม เพื่อให้คนไข้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมแก่ตัวเค้า
.
-ท่านที่กำลังอ่านอาจคิดว่า แล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อไหร่ควรรักษาที่ไหน จะเข้าไปโรงพยาบาลก็กลัวเสียเวลา หมอแนะนำว่า ลองปรึกษาบุคคลากรทางสาธารณสุขที่ท่านรู้จักหรือปรึกษาหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้านที่ท่านสะดวกหรือตามสิทธิการรักษาก่อน คิดว่าทุกท่านน่าจะยินดีให้คำแนะนำแก่ท่าน ส่วนตัวแล้วหมอใช้หลักคิดว่า ถ้าโรคที่ต้องรักษายาวๆให้เลือกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเพียงพอและเราสะดวกในการไปติดตามรักษา โดยถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลตามสิทธิจะดีที่สุด(เพราะประหยัดเงิน) ส่วนถ้ามีฐานะดี สามารถรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ โรงพยาบาลเอกชนก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสบาย การบริการดีและรวดเร็วค่ะ โรงเรียนใหญ่นั้นส่วนใหญ่ปริมาณผู้รับบริการจะมากอยู่แล้ว อาจไม่สามารถรองรับผู้ป่วยใหม่ในปริมาณมากๆได้ หากเข้าไปโดยไม่มีการส่งตัวหรือเข้าไปโดยไม่ได้ภาวะที่จำเป็นอาจทำให้เกิดเสียโอกาสแก่ผู้จำเป็น และเสียเวลาในกรณีที่ไม่ได้คิวตรวจได้นะคะ
.
#เป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยทุกท่าน #ขอให้เลือกโรงพยาบาลได้เหมาะกับท่าน#เมื่อหมอเป็นมะเร็ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น