วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

-- แจ้งข่าวร้าย ไม่ให้ร้าย (ต่อใจ จนเกินไป) – (*5)

https://www.facebook.com/doctorwithcancer/posts/1280006068696510
.
“การบ้านที่ให้ไว้ คิดหรือยัง” หมอถามคนใกล้ตัว
.
การบ้านที่ว่านั้น หมอถามคนใกล้ชิด
ไว้เมื่อวานหลังกลับจากเจาะชิ้นเนื้อ 
ว่าถ้าผลบอกว่าหมอเป็นมะเร็งจะทำอย่างไร
และถ้าหมอไม่เป็นเค้าจะทำอย่างไร
ยากที่จะตอบในทันที หมอไม่ได้คาดหวัง
เพียงแต่เป็นการบ้านไว้ล่วงหน้าสำหรับผลที่จะตามมา
ในอีก 1-2 สัปดาห์ แต่ผลบางอย่างมาเร็วกว่าที่เราคิด 
.
22 ธค 59 17.00 ในขณะที่ฉันกำลังอยู่บนเตียงเตรียมจะงีบ
“ผล...” “ออกแล้ว” 
พี่หมอผ่าตัด ส่งข้อความมาทาง FB มาหา
ใจหมอเต้น แต่ก็พิมตอบไปว่า “เร็วมาก” 
“บอกได้เลยมั้ยคะ ดาวรับได้”
พี่เค้าจึงขอโทรคุยทางไลน์ 
ตอนนั้นฉันเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่า ผลชิ้นเนื้อไม่ดีแน่
และก็เป็นไปอย่างที่คิด
“ผลเป็น invasive ductal carcinoma นะ 
ก็เป็นชนิดที่ common สุด”
หลังจากนั้นเราก็คุยกันถึงเรื่องการรักษาต่อ
พี่เค้าว่า เดี๋ยวจะพยายามนัดคิวผ่าตัดให้เร็วที่สุด 
.
หลังรู้ผล หมอบอกเพื่อนๆหมอที่รพ.ในไลน์กรุ๊ปก่อน 
ตามด้วยเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์
ทุกคนดูตกใจและเป็นห่วงหมอ
จากนั้นหมอก็ขับรถออกไปซื้อกาแฟเพื่อผ่อนคลาย 
ระหว่างนั้นเอง ได้คุยโทรศัพท์กับคนใกล้ชิด
ซึ่งก็คือแฟนของหมอนั่นเอง แรกก็คุยเรื่องทั่วไปตามปกติ
คุยไปคุยมาจึงได้ทวงถามคำถามที่หมอถามไว้
หมอจำไม่ได้ว่าแฟนตอบว่าอะไร แต่หมอรู้ได้ว่า 
แฟนคงยังจะรับไม่ได้กับข่าวร้ายนี้
หมอจึงเลือกที่จะยังไม่บอกในทันที
.
ใจของหมอตอนนั้นรู้สึกว่า เหมือนตัวเองกำลังจะออกรบ
ฝีมือก็พอมี อาจต้องเหนื่อยหน่อย แต่น่าจะผ่านสนามรบไปได้
หากแต่นี่หมอไม่ได้รบคนเดียว แต่ต้องนำคนที่ไม่มีอาวุธฝ่าสนามรบไปด้วย
ตอนนั้นคิดไปว่า ไม่อยากให้ชีวิตของแฟนต่อจากนี้
ต้องวุ่นวายและเดือดร้อนใจกับเรื่องราวที่เค้าไม่พร้อมรับมือ
หมอจึงตัดสินใจที่จะเดินจากเค้าไป
เหมือนพล๊อตละครน้ำเน่าเนอะ อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมหมอโง่เลยค่ะที่คิดแบบนี้
เราก็แค่ ไม่อยากให้เค้าเดือดร้อนเพราะเรา
สู้คนเดียว เจ็บคนเดียว สบายใจกว่า
.
และหมอเองคิดว่า ตัวเองก็เข้มแข็งเพียงพอ
ธรรมะที่เล่าเรียนมา คงเป็นเกราะคุ้มกันใจ
ไม่ให้เป็นทุกข์จนเกินไปได้อย่างแน่นอน
แต่คนรอบข้างที่ไม่มีเกาะนั้น หมอเป็นห่วงจริงๆ
สุดท้ายแล้ว แฟนหมอก็เหมือนจะรู้โดยสัญชาติญาณ
ช่วงแรก เค้ารับไม่ได้ แต่ต่อมาไม่นาน หนึ่งวันให้หลัง
เค้าก็ตั้งหลักได้และขอร้องหมอว่า 
ขอให้เค้าได้เดินไปด้วยกัน ต่อสู้ไปด้วยกัน
ฉันจึงโอเค ลองให้โอกาสกันและกัน
.
การแจ้งข่าวร้ายแก่คนใกล้ชิดผ่านไป 1 คน
ที่นี้ก็เหลือคนในครอบครัวทั้งพ่อแม่พี่น้องลุงป้า ฮ่าๆ
อันนี้เรื่องใหญ่อีก ต้องใช้เวลาเตรียมการ
เพราะเรื่องที่หมอมีก้อนที่เต้านมและไปเจาะชิ้นเนื้อนั้นยังไม่มีญาติคนไหนรู้
เว้นน้องชาย น้องสาวและน้องสะใภ้ที่รู้เบื้องต้นว่ามีก้อน
ดังนั้น หมอจึงเลือกค่อยๆปล่อยข่าวและข้อมูลทีละน้อย
โดยทำให้ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงในวันที่ 24 ธค 
“ฮัลโหลๆ ทุกคนโปรดทราบ”
“มีเรื่องจะบอกให้รู้ไว้ก่อน
แต่อย่าเพิ่งตกใจกันจนเกินไป
คือดาวคลำก้อนได้ที่เต้านม กำลังตรวจเพิ่มเติมอยู่”
“เนื่องจากเชื้อสายเรามีกรรมพันธุ์มะเร็งเต้านม 
แนะนำให้ทุกคนตรวจเต้านมด้วยตัวเองนะจ๊ะ”
.
หลังจากนั้นในไลน์กลุ่มญาติจึงถามกันว่า
“แล้วตัวคุณหมอเอง คิดว่ามันจะเป็นไรมากมั้ยคะ”
หมอจึงตอบไปว่า “คงต้องดูกันต่อไปนะคะ”
“ผลเป็นอย่างไร เราก็ต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไปน้า 
strong strong ทีมลูกเกด” เอาเป็นว่า ในวันนั้น 
หมอและญาติๆก็พูดตลกๆแซวกันไปธรรมดา
หมอว่า ก้อนใหญ่ยังไงก็ต้องผ่าอยู่ดีไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร 
ยังแซวกันว่า จะถือโอกาสอัพไซต์ขนาดเต้านมไปซะเลย
หลังจากนั้นก็ได้มีการโทรศัพท์คุยกันเพิ่มเติม 
.
3-4 วันต่อมา จึงได้แจ้งว่าผลชิ้นเนื้อเป็นมะเร็งจริง
หมอคิดว่า หากหมอไม่ค่อยๆปล่อยข่าวและทิ้งระยะแบบนี้
ทุกคนคงช๊อคกันมาก หากอยู่ดีๆเค้าก็ทราบว่า หมอเป็นมะเร็ง
โดยที่ไม่ได้ทันเตรียมใจมาก่อน
สุดท้ายคำพูดของพี่หมอเวชศาสตร์ครอบครัว
คนนึงยังอยู่ในใจฉันเสมอ
“บางที ข่าวร้ายก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เท่ากับวิธีการบอกข่าวร้าย”
เคสคนไข้ของหมอเป็นตัวอย่างได้ดี 
“หลังจากหมอบอกว่า ฉันเป็นมะเร็งปอด หูฉันก็ดับ 
เดินออกมาหน้าโรงพยาบาลยังรู้สึกงงๆ เหมือนจะกลับบ้านไม่ถูก”
.
#สนับสนุนการเตรียมพร้อมคนไข้และครอบครัวก่อนแจ้งข่าวร้าย หลังข่าวร้ายเราอาจช๊อคเศร้าเสียใจโกรธปฏิเสธ หากพวกเราช่วยกัน #รับฟังกันประคับประคองให้กำลังใจกันและกัน ก็จะช่วยให้ทุกคนช่วยสู่ภาวะยอมรับได้เร็วขึ้น #เมื่อหมอเป็นมะเร็ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น