https://www.facebook.com/doctorwithcancer/posts/1330049880358795
.
การรักษาโรคมะเร็งแล้วนอกจากการผ่าตัด
ก็มักมีการให้เคมีบำบัดเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา
สูตรยาที่ให้ในแต่ละชนิดมะเร็งก็จะมีความแตกต่างกันไป
ในมะเร็งเต้านมเอง ก็ยังมียาหลายสูตร
การเลือกใช้ยาขึ้นกับชนิดและระยะของเนื้อร้าย
สภาพร่างกายของคนไข้ ชนิดยาที่มีในรพ.และอื่นๆ
ของหมอเองเป็นการให้ยาเคมีบำบัดต่อเนื่องหลังการผ่าตัด
ให้ทั้งหมด 8 ครั้ง 4 ครั้งแรก สูตรยา AC
: cyclophosphamide, doxorubicin
4 ครั้งหลัง ยา taxotere + Herceptin
ต่อมาเป็นยา Herceptin อย่างเดียว ทุก 3 สัปดาห์เป็นเวลา 1 ปี
สิ่งที่น่ากลัวสำหรับพวกคนไข้อย่างเรา ไม่ใช่การถูกแทงเข็ม
แต่เป็นผลข้างเคียงต่างๆที่เกิดขึ้นจากยาเคมี
แม้ตามตำราจะบอกผลข้างเคียงไว้กว้างๆ
แต่ผลข้างเคียงจริงที่จะเกิดขึ้นเป็นเรื่องตัวบุคคล
ต้องรอดูเป็นรายๆ และสังเกตเป็นรอบๆไป
.
อาหารที่เราต้องกินตั้งแต่ให้เคมีก็เปลี่ยนไป
อาหารที่เรากินต้องสุก สะอาด และสดใหม่
ผักต้องต้มหรือผ่านความร้อนก่อน ผลไม้ต้องปอกเปลือก
เหตุเพราะหลังให้เคมี ภูมิคุ้มกันของเราจะต่ำลง ติดเชื้อง่ายขึ้น
ทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เขื้อรา พยาธิ
ดังนั้นเราต้องดูแลตัวเองมากขึ้น
.
ของหมอเอง พี่หมอก็แนะนำให้กินน้ำเยอะๆทั้งก่อนให้เคมีและหลังให้เคมี
วันแรกที่ให้ยา หมอนอนห้องธรรมดาแบบรวม
และคิดว่า จะไม่นอนค้างที่โรงพยาบาลเนื่องจาก
คุยกับป้าคนไข้ไว้ว่า วันแรกจะไม่มีอาการผิดปกติ
หมอกินน้ำเยอะทั้งก่อนให้เคมี
และหลังให้เคมีหมอก็พยายามกินน้ำ
การเข้าห้องน้ำครั้งแรกหลังเคมี หมอพบว่า
ปัสสาวะเป็นสีแดง และมีกลิ่นยา
หมอตกใจ รีบโทรบอกพี่หมอ พี่หมอให้เอาปัสสาวะไปตรวจดู
และจากนั้นหมอก็เดินเองเพื่อกลับบ้าน
ระหว่างเดินๆก็รู้สึกโหลงๆเหมือนกัน
ขณะนั่งในรถปรากฏว่า เกิดคลื่นไส้อย่างมาก
อาเจียนไป 2ครั้งในรถ
อยู่บ้านก็รู้สึกหนาว ครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่มีแรง
หมอนอนพักที่โซฟาข้างล่าง มีถังไว้สำหรับอ้วกอยู่ข้างๆ
วันนั้นอ้วกไปประมาณ 7 ครั้งค่ะ
ผ่านไปสองสามวันอาการก็ดีขึ้น
5 วันหมอก็เริ่มกลับมาทำงานค่ะ ช่วงแรกก็เหนื่อยๆหน่อย
เวลาตรวจคนไข้ไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วเหนื่อยก็ต้องปิดประตูนั่งพัก
กินน้ำหวาน กินนมแล้วก็ค่อยตรวจคนไข้ต่อ
กลางวันตอนเที่ยงก็กลับมานอนพัก กินข้าวแล้วค่อยไปทำงาน
หลังเย็นก็นอนพักอีก ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้ อาการดีบ้าง แย่บ้าง
แต่ไม่นาน เราก็จะผ่านมันไปได้ดีขึ้นค่ะ
.
การให้ยาในครั้งต่อๆมาก็ค่อยๆปรับตัวได้ค่ะ
อย่างช่วงกินไม่ได้ก็จะไม่ฝืน พอเริ่มดีขึ้น ก็กินเพิ่มขึ้นๆตามที่ร่างกายรับได้ค่ะ
ปวดท้องกระเพาะก็กินยาลดกรดเพิ่มเข้าไป
มีช่วงหนึ่งแค่คิดถึงยาน้ำแดงๆก็รู้สึกคลื่นไส้โดยอัตโนมัติ
หลังๆต้องบำบัดตัวเองโดยการเปลี่ยนการเชื่อมโยงน้ำแดง
กับน้ำหวานเฮลบลูบอยแทนยาเคมีก็ดีขึ้นนะคะ
ผมของหมอเริ่มร่วงเพิ่มๆขึ้นหลังให้ยาครั้งที่ 2 เนื่องจากเก็บผมไม่ไหว
เลยตัดสินใจไปไถผมออกที่ร้านตัดผม แต่ก็ยังไม่เกลี้ยงพอ
พี่ๆที่รพ.เลยใช้มีดโกนเพิ่มให้ค่ะ วันธรรมดาเราก็จะใส่หมวก
วันอยากสวยก็ใส่วิก อยู่แถวๆบ้านก็เป็นโล้นซ่าไป
ช่วงนี้ขนทั่วร่างกายเราจะร่วงคะ ก็สบายไปอีกแบบ
หากใครกังวลเรื่องไม่มีขนคิ้ว จะสักไว้ก่อนจะทำเคมีบำบัดก็ได้
แต่คงต้องทำห่างๆนะคะ ไม่งั้นช่วงรับยา เราจะติดเชื้อง่าย ไม่แนะนำค่ะ
หมอเองไม่ได้สักคิ้วหรอก เขียนๆเอาก็ได้นะคะ
การให้ยาครั้งที่ 5-8 ของหมอ จะเปลี่ยนเป็นยาอีกชนิดค่ะ
ก็ไม่ค่อยมีอาการผิดปกติรุนแรง คือไม่ค่อยอ้วก ไม่เพลียมาก
.
หมออยากบอกว่าแม้การรักษาจะดูน่ากลัว แต่เอาเข้าจริงๆ
พวกเราชาวคนไข้มะเร็งต่างก็ผ่านความทรมานนั้นกันมาได้กันทั้งนั้นค่ะ
เวลามองย้อนกลับไป เราก็จะรู้สึกว่า
เอ้อ ก็ไม่นานนะ..เผลอแป๊ปเดียวผมเราก็ขึ้นแล้ว
เพราะฉะนั้นอยากจะให้กำลังใจคนไข้มะเร็งทุกคนนะคะ
#เมื่อหมอเป็นมะเร็ง #ถึงผมร่วงเราก็จงมั่นใจต่อไป #เหนื่อยก็พักไหวก็ลุย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น