วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

-- เป็นมะเร็งอย่างไร ไม่ให้ใจเป็นทุกข์ – (*13)

https://www.facebook.com/doctorwithcancer/photos/a.1230138113683306.1073741828.1226568864040231/1553844584645989/?type=3&theater

สวัสดีทุกคนนะคะ วันนี้ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้
เพื่อหวังจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนผู้ป่วยมะเร็งทุกท่าน 
ไม่ว่าตอนนี้คุณจะกำลังรู้สึกอย่างไร หมออยากจะขอเป็นกำลังใจให้
หวังว่าบทความนี้ของหมอจะช่วยให้ท่านที่กำลังทุกข์ใจ เศร้า โกรธ ท้อแท้
สามารถเข้าใจความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้วก้าวผ่านมันไปได้มากขึ้นนะคะ 
.
ก่อนอื่นหมออยากบอกว่าเดี๋ยวนี้
มะเร็งเป็นโรคที่เจอบ่อยมากค่ะทั้งในแง่คนไข้และคนรู้จัก
บางคนเป็นมะเร็งขั้นต้น บางคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
พ่อแม่ของเจ้าหน้าที่ในรพ.ที่หมอทำงานก็เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง 2 คน
ซึ่งหมอก็พูดคุยถามไถ่อยู่เสมอนะคะ
บางส่วนก็รู้สึกห่วงเวลาเห็นท่านอาการไม่ดี มีเรื่องไม่สบายใจ
บางส่วนก็ดีใจเวลาที่เห็นครอบครัวให้กำลังใจเข้มแข็งกันดี
ซึ่งเท่าที่ติดตามก็พบว่า อารมณ์และอาการของแต่ละคนก็มีขึ้นมีลง
ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ความคิดในใจและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
สำหรับตัวหมอเองซึ่งอยู่กับโรคมะเร็งมา 1 ปีครึ่ง
ผ่านการตรวจรักษามาเกือบทุกรูปแบบทั้งตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ
ผ่าก้อนมะเร็งออกและเสริมเต้านมด้วยกล้ามเนื้อหลัง
 เคมีบำบัด 8 ครั้ง ฉายแสง 20 ครั้ง
ยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า 18 ครั้ง ยาต้านฮอร์โมนทุกวันวันละ 1 เม็ด
ยารักษาเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจ(cardiomyopathy)วันละ 10 เม็ด
การตรวจที่ต้องทำก็ทั้งเอกซเรย์ปอด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์
อัลตร้าซาวน์ แมมโมแกรม bone scan
ยอมรับนะคะ หลายขั้นตอนไม่ง่ายเลยกว่าจะผ่านมาได้
แต่ไม่ว่าร่างกายจะทรุดจะโทรมแค่ไหน
สิ่งที่หมอดูแลไม่ให้แย่ลงไปด้วยเสมอ คือการดูแลใจของตนเอง
.
“ป่วยกาย แต่ใจไม่ป่วยก็ได้นะ” หมอยังยืนยันคำพูดนี้นะคะ
แต่มันอาจต้องอาศัยการฝึกนิดนึง การปรับความคิด ลดความคาดหวัง
และฝึกสติให้รู้ทันความคิดและอารมณ์ของเราบ่อยๆจะช่วยได้ค่ะ
หมอขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้พร้อมกับยกตัวอย่างเหตุการณ์นะคะ         
.
อันอารมณ์ความรู้สึกของคนเรานั้น มักจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน
ที่เป็นสาเหตุของอารมณ์นั้นๆ คือความคิดและความเชื่อ
และความคาดหวังของเรา ของคนรอบข้างที่มีต่อเรา
ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่พวกเราถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง
หมอเชื่อว่าทุกคนจะต้องเกิดความรู้สึกหรือความคิดบางอย่างในใจ
ไม่ว่าจะเป็นความตกใจ ความกลัว ความไม่เชื่อหรือแม้กระทั่งความเศร้า
ซึ่งส่วนใหญ่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมักเป็นไปในทางลบ
หมอคิดว่าที่เป็นแบบนั้นเนื่องจากคนทั่วไปเมื่อได้ยินว่าตัวเองเป็นมะเร็ง
ก็มักจะคิดว่าจะต้องตายเร็วหรือต้องทรมานแน่ๆ
การที่เราคิดไปถึงอนาคตที่น่ากลัวก็ทำให้ใจของเราเป็นทุกข์ 
แม้เหตุการณ์หลายๆอย่างที่คาดการณ์ไว้หรือกลัวไปก่อน จะยังไม่เกิด
แต่เราก็จะทุกข์ใจ กังวลใจไปก่อนแล้ว ซึ่งสำหรับหมอ
หมอถือว่าเราขาดทุนมากๆเลยเพราะบางครั้งเหตุการณ์อาจไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด
ในปัจจุบัน วงการแพทย์ของเรามีการพัฒนาไปมาก
มีเทคนิคเทคโนโลยีเพิ่มเติมมากมายในการรักษามะเร็ง
มีการรักษาหลายอย่างที่ลดความทุกข์ทรมานที่เกิดจากมะเร็งและการรักษามะเร็ง
ดังนั้นในส่วนนี้ขอให้วางใจในทีมแพทย์พยาบาลค่ะ เราจะดูแลทุกท่านอย่างดีที่สุด  
.
นอกจากความคิด, ความคาดหวังก็เป็นอีกอย่างที่ส่งผล
ต่ออารมณ์ความรู้สึกของเรามากๆเลยค่ะ
แต่เรื่องนี้ หลายๆคนอาจไม่ทันสังเกตเห็นว่า
ความผิดหวังเป็นอีกเบื้องหลังที่สำคัญของความทุกข์ที่เกิดขึ้น
ชวนทุกๆคนสังเกตค่ะ มีความคิดหรือคำพูดอะไรที่ผุดขึ้นในหัวเรา
แล้วทำให้เราหงุดหงิด ไม่สบายใจบ่อยๆหรือไม่คะ
จากประสบการณ์ในการพูดคุยกับผู้ป่วย พบว่าคำพูดที่เจอบ่อยๆก็คือ
“ทำไมเราต้องมาเป็นมะเร็ง” “เรามาเป็นมะเร็งได้ยังไง”
“ทำไมเราต้องมารักษาแล้วทรมานแบบนี้ด้วย”
คำพูดเหล่านี้จริงๆสะท้อนถึงความต้องการของเรานะคะ
จริงๆมันสะท้อนว่า เราคาดหวังว่าเราจะไม่ต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยมะเร็ง
เราคาดหวังว่า เราจะไม่ต้องมาเจอการรักษาที่ทำให้ทรมานเช่นนี้
...หมอเขียนงงหรือไม่คะ ลองอ่านซ้ำดูอีกทีนะคะ แต่ถ้าพูดสั้นๆคือ
หมออยากบอกว่า พอเราคาดหวัง แต่ไม่ได้อย่างที่หวังจะทำให้เราเกิดความทุกข์ค่ะ
ซึ่งความคาดหวังมันมีทั้งส่วนที่เป็นไปได้ กับส่วนที่เป็นไปได้ยาก
สำหรับความคาดหวังส่วนที่เป็นไปได้หมอแนะนำว่าให้รีบทำเลยค่ะ
เช่นอยากไปเที่ยวก็ไป อยากไปทำบุญก็ทำเลย อยากแบ่งเงินมรดกก็ไม่ต้องรอช้า
ไม่ต้องรอเวลานะคะ จะได้ไม่เสียดายในภายหลัง
.
สำหรับความคาดหวังส่วนที่เป็นไปยากหรือเป็นไปไม่ได้ เช่น
อดีตที่เราเกิดเป็นมะเร็งแล้วจะให้เปลี่ยนก็คงไม่ได้
เพื่อไม่ให้เกิดทุกข์ซ้ำเดิม หมอขอแนะนำให้วางคาดหวังนั้นลง
 และยอมรับกับข้อจำกัดที่มี ยอมรับสิ่งที่เกิด แล้วใช้เวลาที่เรามีให้ดีที่สุด
ส่วนเรื่องทรมานหรือตายช้าเร็วนั้นก็เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา
แต่อย่างน้อยขอให้สบายใจได้ว่า วงการแพทย์เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลแล้ว
ดังนั้นทำตามที่หมอเจ้าของไข้แนะนำ ต่อจากนั้นปล่อยใจให้สบายๆดีกว่านะคะ
อย่างน้อยในเวลาที่เรามี เราก็จะมีความสุขได้มากกว่า  
.
ยังไงหมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านนะคะ
ถ้าเราพยายามดูแลตนเองทั้งกายและใจตามที่แพทย์บอก
สุดท้ายเราจะผ่านการรักษาขั้นต่างๆไปได้โดยมีอาการข้างเคียงน้อยที่สุด 
ก่อนลากันไป ขอย้ำอีกทีว่า ลองเปลี่ยนความคิด ลดความคาดหวังบางอย่างลง
รีบสะสางในสิ่งที่อยากทำหรือต้องทำนะคะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนอยู่แล้วนะคะ
กังวลไปก็มีแต่ขาดทุนค่ะ ทำแค่ดีที่สุดนะคะ หากเรายอมรับสิ่งที่เกิดได้
ความทุกข์ใจจะลดลงไปอย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ
#เมื่อหมอเป็นมะเร็ง #มะเร็งเต้านม #กายป่วยใจไม่ป่วย