วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

-- เมื่อวันนัดผ่าตัดมาถึง – (*7)

.
เมื่อถึงวันกำหนดนอนโรงพยาบาลจริงๆ 
หมอก็มาติดต่อแผนกเกี่ยวกับการจองเตียงตามนัด
แม้ว่าหมอจะได้จองเตียงห้องพิเศษไว้ล่วงหน้าแล้ว 
แต่ในวันนั้นๆก็ต้องรอห้องว่างอีกที
ห้องพิเศษของโรงพยาบาลที่หมอรักษา 
จะมีพิเศษรวมและพิเศษเดี่ยวหลายราคา
พิเศษรวมแบบมีแอร์ คิดราคาคืนละ 1200 บาท
พิเศษเดี่ยวมีราคา 3000 3500 5000 บาท
ซึ่งสิทธิข้าราชการจะเบิกได้เพียงคืนละ 1000 บาท
นอกนั้นเราก็ต้องจ่ายส่วนเกิน
.
สุดท้าย แล้วในที่สุด ช่วงใกล้เที่ยง 
หมอก็ได้ห้องพิเศษเดี่ยวคืนละ 3000 บาทนั่นเอง 
แพงหน่อยแต่ก็ต้องยอม 
เพราะจะสะดวกแก่คนเฝ้าและตัวผู้ผ่าตัดเอง
ทั้งเวลาทำแผล เปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าห้องน้ำ
บ่ายวันนั้นมีพี่ๆหลายคนมาเยี่ยม มาให้กำลังใจ
ทั้งพี่หมอศัลย์ เจ้าของไข้ พี่หมอดมยาซึ่งเป็นรุ่นพี่
พี่ๆช่วยให้หมอครึกครื้นและคลายกังวลไปได้
.
คืนก่อนผ่าตัด หมอต้องอดอาหารและต่อน้ำเกลือ
กลัวจะหิวอยู่เหมือนกันนะ 
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่รู้สึกแสบท้องอะไร
ตอนสายๆใกล้เที่ยง คิวผ่าตัดของหมอก็มาถึง
มีพี่เจ้าหน้าที่เข็นเตียงมารับไปห้องผ่าตัด
แรกแล้วแม่ของหมออยากเดินไปส่ง 
แต่ก็คิดว่า ยังไงก็เข้าไปข้างในไม่ได้และก็อาจเดินไม่ทันอยู่ดี 
แม่ของหมอจึงรอเอาใจช่วยอยู่ที่ห้องพัก
ตัวหมอเองนั้นเมื่อถูกเข็นเข้าไปในเขตห้องผ่าตัด
ก็ได้ไปอยู่รวมๆกับผู้ป่วยคนอื่นๆที่เตรียมเข้าผ่าคิวถัดไป
มีทั้งคนแก่ คนหนุ่ม มีทั้งที่นอนดูสบายๆ และดูหอบเหนื่อย
รอประมาณ 30 นาที พี่หมอผ่าตัดก็เข้ามาหาถามว่าไหวไหม 
อื้มไม่ไหวก็ต้องไหวเนอะ มาถึงจุดนี้แล้ว
ในห้องรอนั้นจะมีห้องน้ำอยู่ แต่หมอก็ไม่ได้ไปเข้า
.
เมื่อเข้าห้องผ่าตัด เราก็ต้องเปลี่ยนมานอนบนเตียงผ่าตัด
กางแขนออกข้างนึงเพื่อไว้วัดความดัน
เมื่อจัดท่าเรียบร้อย หมอดมยาก็จะให้เราดมยาสลบ
จากนั้นหมอก็ไม่รู้เรื่องอีกเลยค่ะ
.
รู้ตัวอีกที เหมือนอยู่ในห้องที่มีคนไข้รวมๆกัน 
พี่หมอผ่าตัดแวะมาคุยด้วย
หมอจำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แต่บอกว่า 
ถ้าเจ็บให้กดยาแก้ปวดได้เลย
หมอจำได้ว่า ตอนนั้นรู้สึกว่า ปวดมากทีเดียว
หมอจึงกดทันทีเลย ฮ่าๆช่วงแรกกดรัวๆเลยค่ะ
เจ็บมากสุดตอนต้องย้ายเตียงนี่แหละ 
พี่พนักงานเห็นว่า หมอไม่มีแผลที่หลัง
จึงไม่ทันระวังหลังของหมอ จึงเจ็บมากจริงๆค่ะ
วันนั้น แม้หมอจะยังปวดแต่ก็อยากจะไปปัสสาวะในห้องน้ำ
แม่ของหมอเลยได้ต้องคอยช่วยหมอเยอะเลย 
ทั้งปลดสายไฟ เข็นเสาน้ำเกลือ เปิดประตูห้องน้ำ
หมอเองจะลุกนั่งทีก็โอย สะเทือนก็โอย
หลังๆหมอเริ่มปรับตัวได้
เวลาจะนั่ง จะเอารีโมทปรับเอียงเตียงให้หัวตั้งขึ้นก่อน
จากนั้นเอามือกอดอกแล้วค่อยๆขยับ
ผ่านไปวันสองวันก็เริ่มเดินสบายขึ้นแล้วค่ะ
การผ่าตัดของหมอนั้นเป็นการผ่าแบบเก็บเต้านมไว้
และนำกล้ามเนื้อมาเสริมดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว
ที่เพิ่มเติมที่หมอยังไม่ได้บอกคือขณะที่ผ่าตัดนั้น
นอกจากจะผ่าก้อนแล้วจะต้องผ่าต่อมน้ำเหลืองด้วย
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ
1. การเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมด
(axillary lymph node dissection) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานเดิม
2. การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
(sentinel lymph node biopsy)
ซึ่งจะมีการฉีดสารนำร่องเข้าไปในก้อนเพื่อดูว่าจากก้อน
นั้นทางเดินน้ำเหลืองไปที่ต่อมน้ำเหลืองไหนก่อน
แล้วตัดต่อมน้ำเหลืองนั้นออกมาตรวจว่ามีเซลล์มะเร็ง
หรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองเพิ่มแล้ว
เอามาตรวจชิ้นเนื้อ
ในโรงพยาบาลที่ไม่สามารถตรวจชิ้นเนื้อได้ทันที
จะทำเลาะต่อมน้ำเหลืองออกมาทั้งหมดไปเลย
แล้วเอามาส่งตรวจต่อไป
ผลของหมอนั้น โชคดีที่ว่า ยังไม่เจอการกระจาย
จึงเอาต่อมน้ำเหลืองออกแค่บางส่วน
หลังผ่าตัด จะมีน้ำเหลืองคั่งใต้ผิวหนัง
(Seroma)บริเวณแผลผ่าตัดและรักแร้ได้
พี่หมอจึงต่อสาย drain เพื่อดูดน้ำออกมายัง
กระปุกที่อยู่ภายนอก บางช่วง ตัวดูดน้ำทำงานไม่ดี
หลังหมอก็จะเหมือนมีน้ำค้างๆข้างใน
หลังๆพี่หมอจึงเปลี่ยนตัวดูดให้เอาใหญ่ขึ้นและดูดได้
แรงขึ้น เจ็บนิดนึงนะ แต่ก็อยากหายไวๆก็ยอม
น้ำก็ยังออกทุกวันๆ แต่ก็เริ่มน้อยลง หมอจึงถอดให้
และให้ไปพักผ่อนต่อที่บ้าน
.
จากนั้นไม่กี่วัน หมอก็เดินทางกลับมาที่รพ.
ต้องเจาะระบายน้ำที่ค้าง(seroma)อยู่บ่อยๆ
บางครั้งอยากให้ไม่เกิดขึ้นใหม่ ก็เลยเอาผ้าพันไว้แน่นๆ
แต่หมอก็ไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนนะคะระหว่างรัดกับไม่รัด
เหมือนจะเจาะอยู่ประมาณ 7-8 ครั้งจนน้อยจนไม่ต้องดูดอีก
ช่วงนี้ก็ดูแลตัวเองแบบปกติ กินอาหารได้ตามปกตินะคะ
ใครจะเคร่งเรื่องอาหารมากน้อยก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล
บางคนเชื่อว่าไม่ควรกินเนื้อสัตว์ แต่หมอกินตามปกติค่ะ
ไม่ได้มีข้อห้ามทางการแพทย์ ถ้าจะดีก็เว้นพวกของปิ้งย่างที่ไหม้ๆ
เนื้อสัตว์ที่ติดมันเยอะๆก็กินแค่น้อยๆละกันนะคะ
เดี๋ยวอ้วนเหมือนหมอ ^^
.
#เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอค่ะ #สถานีต่อไปก็ยาเคมีบำบัดแล้วสินะ ฮึ๊บๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น